MY-Fiction

[Tale] วันปัจฉิมนิเทศ

posted on 22 Jul 2008 21:35 by sesai in MY-Fiction

แสงแดดทอดผ่านหน้าต่างรำไร ผ่านหมู่เมฆครึ้ม
เก้าอี้และโต๊ะจัดเป็นระเบียบอยู่หลังห้อง
เป็นลักษณะที่ชินตา ...หลังสอบเสร็จวันสุดท้าย

"โชค...ดี...นะ...เพื่อน...เพื่อน...หก...ทับ...สิบสอง" เธอบรรจงเขียนทีละคำลงบนกระดานดำก็ไม่ใช่ เขียวก็ไม่เชิง

น้ำหนักตัวหนังสือที่ออกมามาก บ่งถึงความไม่ค่อยถนัดใช้เจ้าแท่งสีขาวขีดเขียนสักเท่าไหร่

เจ้าตัวก้าวออกจากกระดานดำชื่นชมผลงานตนเองเงียบๆ นี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ใช้ชอล์ค
พลันหยิบแปรงลบกระดานลบออก เขียนไปก็ไม่มีใครดูหรอก..
แลซ้ายขวาไม่พบใคร เนื่องด้วยเพื่อนๆพากันออกไปซื้อของขวัญเพื่องานนี้กันหมด

หญิงสาวถอนหายใจแรงๆ
จบแล้วสินะ.. วันนี้สินะ..
สายตากวาดมองรอบๆห้องเรียนเหมือนจะจดจำในไว้ใจ

"มองเหมือนจะลาไปตาย" เธอพึมพำกับตัวเอง 

สิ่งสำคัญสำหรับฉันไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นความทรงจำต่างหาก

มือเล็กๆลูบบนเนื้อโต๊ะ ราวจะเก็บทุกสิ่ง จดจำทุกอย่าง
นั่นก็โต๊ะ ตั่งที่เคยนั่ง
นี้ก็ไม้กวาดที่แหย่เพื่อน
โน่นก็หน้าต่างที่ปีนเล่น

นึกย้อนเวลาตามประสาคนแก่
เวลา..ผ่านไปเร็วจังนะ

ร่างบางก้าวเชื่องช้าออกจากห้อง ค่อยๆดื่มด่ำกับอดีตจากรอบๆตัว
แม้แต่ฟ้ายังหม่น ร้องไห้กับเธอในวันนี้
ต้นไม้ใบหญ้าโน้มเอนตามสายลม ดั่งร่วมกล่าวคำบอกลา

ทุกอย่างดูหม่นหมอง      สีเทาครองทุกแห่งหน

หมองมัวเมื่อมองยล        แม้แต่คนยังหมองตา

.............................

ณ อีกห้องหนึ่งเวลาก่อนหน้านี้ ไม่นานนัก

"อ๊อดดดดด"สัญญาณแจ้งหมดเวลาสอบดังขึ้น

"โว๊ยยยยย!!! สอบเสร็จแล้วเว้ยยย!!" นักเรียนในห้องเฮขึ้น
ตามด้วยเสียงพูดคุยเซ่งแซ่

"ไปกินที่ไหนต่อวะ?"

"แกๆเขียนเฟรนด์ชิปให้ชั้นยังอ่ะ??"

"เฮ้ยๆ เอาเมล์มึงมาดิ๊"

ฯลฯ

ร่างสูงโปร่งสมมาตรฐานชายไทยลุกขึ้นจากโต๊ะยิ้มแฉ่งอย่างสดใส
วันสุดท้ายที่รอคอย วันแห่งอิสระเสรี ยะฮู๊ววว!!!

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขากระโดดออกนอกห้องทันที
สายลมเย็นพัดผ่านหน้า
โอ๊ว ฟ้าช่างเป็นใจ ให้วันนี้ไม่มีแดด
ดูแล้วสุขสันต์จนหน้าหมั่นไส้ ไม่รู้จะดีใจจะอะไรหนักหนา

พอมีความสุขแล้วอะไรๆก็ดูสดใสขึ้นมาทันตา
ต้นไม้ใบหญ้าลู่เอนตามลม คงกำลังร้องเพลงประสานเสียงแสดงความยินดีกับเขาเป็นแน่
สุข ..สุขใจ

แม้แต่ห้องน้ำที่เน่าที่สุดในโรงเรียนยังดูหอมหวนขึ้นมาทันที
แม้แต่ครูโหดที่สุดยังดูเหมือนกำลังยิ้มหวานให้เขา
แม้แต่ห้องปกครองยังดูน่าเยี่ยมชม ราวกับเป็นราชวังหลังงาม
แม้แต่ไม้เรียวยังดูมีค่า ราวกับตะบองทองคำ
อะไรจะปานนั้น...
ก็คนมันสุขใจ จะมองอะไรก็ดูดี

มองฟ้าก็สดใส       ดูไฉไลและสดสี

แม้มืดหมองมัวมี     ใจยังชื่นรื่นเบิกบาน

-----------

SEsai talk

เล่าเรื่องโดยเอาวันปัจฉิมนิเทศเป็นแกนหลัก
ถ่ายทอดความแตกต่างของแต่ละคน
คิดๆดูถ้าเอาสองคนนี้มาจับคู่กัน คงสนุกน่าดู หุๆ

กาพย์..ผิดตรงไหนช่วยชี้แนะด้วยน๊อ ข้าน้อยมันแย่

ปล. แอบมาอัพ
เขียนฟิคไรไม่ยู้เยื่อง คลายเครียดชัดๆ