ศาสนาพุทธสอนอะไร...

posted on 14 Apr 2008 23:29 by sesai  in truth
 วันที่ 15 เมษายน 2551

ถึงเธอผู้น่ารัก

จู่ๆฉันก็คิดถึงเธอขึ้นมา
หลังจากที่เที่ยวเล่นมาหลายวัน ทั้งทางโลกและทางธรรม
วันนี้ฉันมีเรื่องมาเล่าให้เธอฟังอีกเช่นเคย
คิดว่าเพื่อนคนนี้คงไม่เบื่อ และตั้งใจฟังให้ดี

-- 

ฉันชอบมองไปดูศาสนาอื่นๆเขาทำพิธีกัน
ฉันปลื้มในสิ่งเหล่านี้ที่อยู่ในนั้น...
ความพร้อมเพรียง ความศรัทธา เชื่อมั่นและวางใจในพระเจ้าของตนพระองค์เดียว
...ช่างน่าอิจฉา

ย้อนกลับมองมาพุทธศาสนาของเราเอง
แม้แต่ความศรัทธาในพระพุทธองค์ยังเบาบาง

เด็กตัวเล็กเรียนวิชาศาสนา ท่องจำมรรค8 อริยสัจ4
และอีกมากมายโดยไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง
รู้เพียงแต่ว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสอบผ่าน...

แล้วเขาจะจำไปทำไมเล่า?
เมื่อสอบแล้วก็เลยผ่านไป
เขาเรียน เขาท่องจำพวกนี้แล้วเขารู้ไหมว่าพระพุทธเจ้า สอน อะ ไร?

--

เอียงหูมานี่สิ แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง
เธอจ๋า เธอรู้สึกถึงสิ่งนั้นไหม?
อากาศที่ร้อนอบอ้าว แสงแดดที่ส่องแสงแรงกล้าอย่างไม่ปราณี
เพียงเธอรอคอยไม่กี่ฤดู
เหมันต์ฤดูก็เข้ามาแทนที่
นี่แหละคือสิ่งที่พระพุทธองค์สอน...
ความไม่เที่ยงแท้

หากเพียงเธอลองใส่ใจสักนิด มองรอบข้างสักหน่อย
เธอจะพบ"ความไม่เที่ยงแท้"ทุกแห่งหน
คิดดูสิ!
แม้แต่สับปะรดที่ฉันทิ้งไว้นอกตู้เย็นไม่กี่ชั่วโมงยามกลับเน่าเสียฉิบ
น่าเสียดายจริงๆ
ฉันยังไม่ได้ชิมสักคำเลย

แต่ก็น่าขอบคุณมัน ที่ทำให้ฉันนึกเรื่องที่ต้องทำได้
หลังจากเผลอออกนอกทางไปหลายวัน
ทำเอาฉันรู้สึกผิดตะหงิดๆเชียวล่ะ

รู้สึกผิดเรื่องอะไรน่ะหรือ?
ฉันรู้สึกผิดที่ลืมสติไว้ข้างหลังซะได้
สงสัยจะลืมไว้ที่ขอนแก่น

พอกลับบ้านมาเจอคอมพิวเตอร์ปุ๊ป
เข้าอินเตอร์เน็ตปั๊ป สติหลุดทีเดียว
จากที่แทบไม่มี กลายเป็นไม่มีเลย

ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนใช้อินเตอร์เน็ตแบบเดียวกับฉันรึเปล่า
คือเข้าไปเรื่อยๆ นึกออกก็เข้าเว็บโน้น ต่อลิ้งค์เว็บนี้
ไม่รู้จักจบจักสิ้น แถมยังไร้จุดหมายสิ้นดี
แต่ก็ดีแล้วที่รู้อย่างนี้ คราวหน้าจะได้จัดการให้เป็นระบบซะที

ฉันคงจบจดหมายอันยืดยาวเท่านี้
ช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์
เธอโปรดอย่าลืมว่ายังมีอะไรดีๆในเทศกาลนี้อีกเยอะ
ถึงจะเหลือเพียงเล็กน้อยก็เถอะ

ส่วนตัวฉันก็กลับไปเอาสติที่ขอนแก่น
ชีวิตที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตก็เป็นสุขอีกแบบ
สุขที่ไม่ได้เสพสื่ออะไร

อ้อ! อากาศร้อนๆแบบนี้ลองสังเกตสิ่งที่ไม่เที่ยงดูสิ
คิดว่าเธอคงจะเห็นอะไรๆเยอะทีเดียว

กัลยาณมิตรของเธอ
ฉันไง
 
/*/

เป็นครั้งแรกที่เขียนเอนทรี่เป็นจดหมาย ฟู้ว...
ตอนแรกว่าจะร่ายยาวๆมาเลย
เอาไปเอามาสงสารคนอ่าน
ขนาดคนเขียนเอง เห็นตัวอักษรเยอะๆยังเอียนเลย
 
บางคนรู้คำตอบมากกว่านั้นก็ช่างเถอะ
เราถือว่าบอกกับคนที่เขายังไม่รู้ละกันเนอะ

เราก็เขียนเท่าที่เรารู้
อยากให้รู้ไปพร้อมกันนี่แหละ ถือเป็นการทบทวนตัวเอง
 
บอกลายาวไปพักหนึ่งล่ะกัน
กลับไปเรียนพิเศษต่อ เพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์  โอ๊วว (ไฟลุก)
(ยังคิดไม่ออกเลย มันจะรุ่งโรจน์ยังไง )

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

พี่ก็ขอมาทบทวนเรื่องราวพร้อมกับน้องอิ่มนะครับ

ดีจังอ่านแล้วสบายใจดี big smile
สังขารเองก็เป็นสิ่งไม่เที่ยง บุญรักษาขอรับกระผม
สุขสันต์เทศกาลมหาสงกรานต์ครับ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

เขียนเก่งจังเลยอิ่ม

อ่านแล้วสบายใจจัง

ดูเหมือนช่วงนี้ธรมมะ ธัมโม จังเลย

สาดอีกรอบ
ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ

#3 By fuchi (^^) on 2008-04-15 12:30

ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

โปรยมะลิให้แม่ชี....


อิ่มเขียนดีนะ อ่านแล้วหันซ้ายหันขวามองหาสิ่งไม่เที่ยง
มองไปมองมาก็พบว่า...

ตัวเราเองนี่แหละที่ไม่เที่ยง


หากเรารู้จักปล่อยวาง...ละซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง
ก็คงจะดี


แต่ก็อย่างว่านะ มนุษย์เรา จิตใจนี่แหละตัวการ สังขารก็ส่วนสังขาร มันหมุนเวียนผันเปลี่ยนอยู่แล้ว ไม่มีใครทำให้มันเที่ยงแท้แน่นอนได้หรอกเนอะ

อ่านจดหมายแล้วสบายใจขึ้นนะ ไปแต่งฟิคต่อก่อน ๕๕๕

#4 By [[Evencyeve @ YunJae]] on 2008-04-15 23:28