เริ่ม category ใหม่ด้วยหัวข้อนี้เลยแฮะ - -"

ไม่ได้เป็นคนธรรมะ ธรรมโมอะไรนักหนา 

แต่เรื่องนี้ มันเป็นเรื่องของ สัจธรรม..

 

 ความจริงก็คือ ใครทำอะไรไว้ย่อมได้รับอย่างนั้น

 ไม่อยากจะพูดทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
 เพราะมันมีกรณีตัวอย่างหลากหลาย บางทีเราก็ไม่สามารถตัดสินได้ว่าดี หรือชั่ว
เอ้า! งงล่ะสิ
จะยกตัวอย่างให้ฟัง

สมมตินางก. ได้ฆ่าสัตว์เพื่อมาทำอาหาร และประทังชีวิตลูกๆ
คุณคิดว่าเธอทำดี หรือทำชั่ว??

บางคนอาจว่ากลางๆ เพราะเธอไม่ได้ฆ่าเพื่อความสนุก แต่เพื่อมาประทังชีวิตตนและลูก

บางคนอาจว่าชั่ว เพราะฆ่าสัตว์ 

 

อืม.. งั้นมาดูอีกเคสดีกว่า ฆ่าๆเหมือนกัน

นายข.เป็นชนเผ่ากินคน อาณาเขตหมู่บ้านเขาไม่เหลือสัตว์ใดๆมากมาย เพราะประชากรเป็นแต่กิน ไม่ช่วยสร้าง(คุ้นๆเนอะ) ทำให้คนในหมู่บ้านฆ่ากันเพื่อกินกันเอง ประทังความหิว ผู้ชนะเท่านั้นที่อยู่รอด..
เขา ทำ ผิด หรือ ถูก ?

บางคนว่าผิด เพราะเขาฆ่าเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

แต่ถ้าคุณจะตอบด้วยเหตุผลเดิมแบบข้อข้างบนก็คือ
ถูก เพราะฆ่าเพื่อประทังชีวิต (อ้าว! คนก็เป็นสัตว์ไง!)

น่ะ! เห็นมั้ย  ทุกวันนี้คำว่าถูก ผิด ดี หรือชั่ว ถูกแฝงไว้ด้วยกฏสังคม

ทำให้เกิดคำว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ไงล่ะ

 

เดี๋ยวออกนอกเรื่องไปไกล พูดถึงกรรมก่อน
อย่างที่เกริ่นไป ว่าถูก ผิด ดี ชั่ว มันแยกแยะกันยาก
เพราะงั้น เราก็แยกแยะผลของกรรมยากเช่นกัน

เราอยากจะแบ่งกรรมที่มนุษย์อึเหม็นอย่างเราๆเป็นสามแบบหลักๆ
(ท่านผู้รู้อาจแบ่งได้ละเอียดกว่านี้ อันนี้เราแบ่งในแบบที่เราเห็นๆมา ขออภัยให้บัวที่พยายามขึ้นจากน้ำด้วยค่ะ)

กรรมบางกรรมเกิดจากชาติภพเดิม
กรรมบางกรรมเกิดจากการจองเวรของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
กรรมบางกรรมถึงอีกฝ่ายไม่ได้จองเวร แต่ก็ต้องชดใช้

อย่างสองตัวอย่างข้างตน  ถ้าสัตว์ตัวที่ถูกนางก.ฆ่าเกิดจองเวรขึ้นมา
ด้วยสาเหตุใดๆก็ตามแต่ ชาติหน้านางก.อาจเป็นสัตว์ แล้วถูกสัตว์ตัวนั้นฆ่า

ส่วนนายข. อาจถูกคนที่แค้นที่คนที่รักตาย อาจมาฆ่านายข.
หรือชาติหน้านายข. อาจถูกคนจำนวนเท่าที่ตนฆ่า มาตามทำร้าย หรือหมายชีวิตก็ได้

สองตัวอย่างนี้ เป็นตัวอย่างของกรรม 2 แบบข้างตน 

ใครจะรู้! 

เพราะฉะนั้นจึงมีคำว่า "กรรมปรุงแต่ง" นั้นเอง
(นี่ฉันกำลัง สันนิฐานที่มาของคำอยู่รึไง?)

ส่วนกรรมแบบที่สาม เป็นกรรมที่อีกฝ่ายไม่ได้จองเวร แต่ก็เป็นกรรม
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น

ลูกว่าร้ายพ่อแม่ เป็นต้น
พ่อแม่มันจะให้อภัยเพราะความไม่รู้ และความรัก แต่ยังไงๆก็เป็นกรรมที่ติดตัวลูกแล้ว

 หรือ เพื่อนที่ห่างกันเพราะทรยศ หรือผิดใจกัน
ตัวอย่างให้เข้าใจง่าย เช่น เด็กหญิงถ. ผิดใจกับเด็กหญิงภ. โดยมีมือที่สามเป็นเหตุ (เพื่อนกันน่ะเพื่อนกันๆ ไม่ใช่เพื่อนกูรักมึง ฮ่าๆ) สุดท้ายสองคนปรับความเข้าใจ และให้อภัยกัน และมือที่สาม...
เรื่องดูจบเฮปปี้เอนดิ้ง

แต่.! มือที่สามที่ยุให้เขาแตกกันก็อาจได้รับกรรม โดยถูกคนอื่นยุให้แตกคืน หรือทะเลาะกันเพื่อนอย่างที่ ถ. และภ. เป็น ซึ่งสุดแล้วแต่กรรม

บุญทำกรรมแต่งค่ะ

อธิบายขนาดนี้่้ คิดว่าคงเข้าใจกรรมกันขึ้นมาเล็กน้อย
หากยังไม่เชื่อ..

ดร.ท่านหนึ่งที่เขียนหนังสือเคยกล่าวไว้ว่า "ให้ลองชกคนข้างๆดู แล้วถ้าได้กำปั้น หรือคำด่ากลับ นั้นล่ะผลกรรมทันตาเห็น" ฮ่าๆ

บางคนอ่านแล้ว ตกใจ แล้วฉันจะทำยังไงกับกรรมกันเนี่ย!
วิธีมันมีมานานแล้วค่ะ "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร"
พูดง่ายแต่ทำยาก แต่ก็ไม่มีอะไรยากเกินใจคนค่ะ

เพราะอารมณ์คนเราย่อมมีรัก โลภ โกรธ หลง
เรายังต้องพยายามเป็นระยะๆเลย  แรกๆก็ยาก หลังก็ชิน

คำแนะนำอีกข้อคือ ปล่อยวาง ค่ะ ไม่ต้องถือมาเป็นอารมณ์ ^^ 

Comment

Comment:

Tweet

อัพมีสาระแฮะbig smile

#7 By fuchi (^^) on 2007-12-17 16:08

หวัดดีค่ะคุณหมอเชน

เค้าว่ากันว่าคนที่ใจผ่องใส แล้วหน้าจะผ่องใสด้วยค่ะ
เพราะเราไม่โกรธอะไรบ่อยไง
เอ้า! ใครที่หน้าเหี่ยว หยุดรมณ์บ่จอยซะ!open-mounthed smile

#6 By S.Sasi on 2007-12-15 19:21

หมั่นทำดี เว้นชั่ว ทำใจให้ผ่องใสครับ big smile
ตอบคุณ Aob
ยินดีค่ะที่มีคนมาช่วยเสริม เห็นพูดถึงลูกบอลแล้วนึกได้
กรณีที่คนทำชั่วแล้วได้ดี ก็เพราะยังกินผลกรรมดีเก่าอยู่น่อ(ไม่ขอเรียกว่าผลบุญ) เหมือนปาบอลไปแล้วมีแรงต้านอากาศไงคะ

ส่วนที่ทำดีแล้วไม่ได้ดี ก็เพราะอาจมีแรงมากระทำเพิ่มขึ้น
ทำให้ขว้างเบาๆ แต่กลับมาแรง ^^

ตอบพี่โคค่อน
พูดงี้ แสดงว่าเคยไปแบนคนเค้า หุๆ
แค่เค้าทำตัวให้คนอื่นชังก็สาหัสแล้วค่ะ อย่าไปแบนหรือร่วมแบนใครเลย ดีใจที่พี่ปล่อยวางได้ บางครั้งมันอาจอารมณ์ขึ้นบ้าง ควบคุมสติไว้ สติมาปัญญาเกิด
อ้อ! อย่าเครียดนักล่ะ

ตอบคุณHOMO(sap)IENS
ไม่แน่ค่ะ กรรมบางกรรมก็เกิดขึ้นมาเองเรื่อยน่อ
เช่นที่เราสอบไม่ผ่าน ก็อาจเป็นเพราะเราไม่อ่านหนังสือ นั่นก็กรรมอีกล่ะ

ถ้าเรารู้สาเหตุว่าที่เราเป็นอยู่นี่ เกิดมาจากอะไร(ห้ามตอบว่า ปฏิสนธินะคะopen-mounthed smile) เกิดจากกรรมส่วนไหน ก็ให้เราไปแก้จุดนั้น อย่างถ้าสาเหตุข้างต้น ก็ให้แก้ด้วยการอ่านหนังสือค่ะ
แต่ถ้าเป็นสาเหตุพวกความเคือง แค้น อาฆาตล่ะก็ แนะนำให้ทำบุญให้ตัวเองหน่อ ทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวร ให้ผู้มีพระคุณ ไว้จะลงเอนทรี่ในโอกาสต่อไป
ทำไปเรื่อยๆน่ะ จนให้กรรมที่ไม่ดีมันตามทันไม่ได้ อาจช้า แต่ผลระยะยาวค่ะ ก็กรรมนิคะ มิใช่เครื่องสำอางค์ที่จะเห็นผลให้ 2สัปดาห์ อิอ

#4 By S.Sasi on 2007-12-14 23:20

Hot! ก็ค่อนข้างเชื่อค่ะ
ที่เราเป็นแบบนี้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกรรมเก่ารึเปล่าก็ไม่รู้เนอะ open-mounthed smile

#3 By HOMO(sap)IENS on 2007-12-13 21:19

จริงนะ
เดี๋ยวนี้พี่ก็ปล่อยๆแล้ว
พอไม่เครียดไปกับเรื่องที่คนอื่นทำไม่ดีกับเรา มันก็โล่งขึ้นเยอะ
จากแต่ก่อนที่เรามัวแต่แบนเขา เราก็มาทุกข์เอง

ดีแล้วล่ะ เอามาเขียนแบบนี้มันได้ทั้งคนอ่านและคนเขียนเองbig smile

#2 By โคค่อน on 2007-12-13 19:44

กรรม แปลว่าการกระทำ
โดยกาย วาจา และใจ เมื่อมีการกระทำย่อมเกิดผล
กรรมดีก็มี กรรมชั่วก็มี ย่อมส่งผลตามปัจจัยที่ต่างกัน
ขึ้นอยู่กับ ความแรงของการกระทำ เวลา ฯลฯ
มีปัจจัยหลายอย่าง เข้ามาเกี่ยวข้องให้ผลกรรมส่งผลเร็วหรือช้า

เปรียบเหมือน ขว้างลูกบอลอัดเข้ากำแพงอย่างแรงและเร็วมันย่อมดีดกลับมาแรงและเร็วเช่นเดียวกัน

จะว่าไปมันก็คล้ายกับหลักวิทยาศาสตร์ ไอสน์สไตน์ยังเคยกล่าวไว่ "ศาสนาที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดคือศาสนาพุทธเลยครับ"

ขออภัยที่อาจพิมยาวเกินความจำเป็น แค่ขอแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ โชคดีครับbig smile

#1 By redtear on 2007-12-13 19:30