โรคความดันต่ำ

posted on 04 Oct 2007 05:50 by sesai in MY-say
นอนไม่หลับ
ไม่รู้จะหาอะไรทำ เลยมานั่งค้นโรคเกี่ยวกับตัวเองซะเลย

โรคความดันต่ำค๊าบโผ้ม

/*/

รู้ว่าเป็นความดันต่ำก็ตอนที่ให้แม่วัดความดันเล่นๆให้
และมีตัวยืนยันอีกครั้งตอนตรวจสุขภาพที่รร.

มันหาว่าเรามีปัญหาทางจิต - -" บ้าป่ะ
ก็เลยหาข้อมูลมาซะเลย
ความคนความดันต่ำน่ะ
มีปัญหาทางจิตจิงรึเปล๊า


 


... เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สมองอยู่มากเหมือนกัน คือเรื่องของ ความดันโลหิตต่ำ (HYPOTENSION)

ผู้ที่สนใจในเรื่องสุขภาพกลัวกันมากๆอยู่ โรคหนึ่ง คือ โรคความดันโลหิตสูง (HYPER� TENSION) กลัวนักกลัวหนาจนกระทั่งว่าเวลาไปขอประกันชีวิต ที่บริษัทประกันชีวิตที่ไหนก็ตาม เขามักจะขอให้ไปตรวจโรคดูก่อน ถ้าพบว่าความดันโลหิตสูงมาก บริษัทประกันชีวิตนั้นๆ มักจะไม่รับประกัน

แต่ถ้าความดันโลหิตต่ำซึ่งตรงกันข้ามกับความดันโลหิตสูง บริษัทรับประกันชีวิตมักจะมองข้ามไป รับประกันชีวิตโดยไม่ลังเล

และถ้าไปคุยกับใครซึ่งรู้เรื่องการแพทย์หรือเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพเสีย หน่อย บอกกับเขาว่า “ฉัน เป็นโรคความดันโลหิตต่ำ” ก็มักจะได้รับคำทักว่า “ดีซิไม่ได้เป็นความดันสูงไม่เห็นจะน่ากลัวอะไร

เรื่องของเรื่องก็คือ ความดันต่ำไม่เป็นอันตราย ก็จริง แต่ก็คงจะทำให้คุณเป็นคน อ่อนแอ ไม่มีแรง ปวดหัวเวียนหัวอยู่ตลอดเวลา ทำงานทำการแบบออกแรงหน่อยก็ทำไม่ได้ เหล่านี้เป็นต้น

ความดันโลหิตโดยทั่วๆไปสำหรับผู้ ใหญ่นั้น ถ้าเกิน 140/90 ขึ้นไป ถือว่าเป็นความดันโลหิตสูงเกินควร หรือถ้าต่ำกว่า 100/60 ก็ถือว่าต่ำเกินควร

ตัวเลขเหล่านี้เราจะรู้ได้จากการวัดด้วยเครื่องวัดความดันโลหิต (SPHYG MOMANOMETER) ซึ่งจะเป็นเครื่องวัดที่ต้องใช้หูฟัง (STETHOSCOPE) หรือจะเป็นเครื่องวัดอัตโนมัติแบบที่เรียกว่าดิจิตอลก็ได้

ความดันโลหิตต่ำเกิดขึ้นได้จากต้นตอสองประการ คือ จากระบบบางอย่างของร่างกายบกพร่อง มาตั้งแต่เกิด หรือเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บเฉพาะหน้าบางประการ

สาเหตุบางอย่างจากระบบบกพร่องนั้น ได้แก่ คนที่โลหิตจางหรือเลือดน้อย ปริมาณรวมของเลือดต่ำและผนังของเส้นเลือดและการปั๊มของหัวใจผิดปกติ

อันตรายร้ายแรงจากระบบบกพร่องนั้น จะไม่ค่อยมี แต่ผู้ที่ความดันโลหิตต่ำมักจะ เป็นคนที่ไม่มีแรง เวียนหัว หัวหมุนและคลื่นไส้อาเจียนได้ง่าย ทำงาน หนักไม่ค่อยจะได้ เหนื่อยง่าย ถ้าจะพูดแบบชาวบ้านก็คงเป็นเพราะว่า “คนเอว บางร่างน้อยไม่ค่อยมี เรี่ยวมีแรงอย่างนั้นแหละ”

ส่วนที่ความดันโลหิตต่ำเพราะมีโรคภัยเฉพาะหน้าเกิดขึ้นนั้น อาจจะเกิดขึ้นเพราะโลหิตจางแบบเฉียบพลัน ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็นเพราะ อุบัติเหตุเสียเลือดมาก หรือมีสิ่งที่เป็นท้อกซิน มากเข้าสู่ร่างกายอย่างกะทันหัน หรือต้องรับยาเคมีบางอย่าง เช่น ผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งต้องรับเคมีบำบัด และต้องใช้รังสีบำบัด เป็นต้น

ขอพูดถึงวิธีแก้สำหรับผู้ที่มีโรคภัยเฉพาะหน้าก่อน ถ้าจะให้รู้ว่าเพราะโลหิตจางหรือไม่ คงจะต้องตรวจเลือดก่อน แล้วดูที่ปริมาณเม็ดเลือดขาวก่อนเป็นตัวแรก ต่อจากนั้นให้ดูที่เฮโมโกลบิน (ตัวที่รับเอาออกซิเจนเข้าไว้ในเลือด) แล้วดูเฮมาโตคริต (เปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดแดงทั้งหมด)

ถ้าชนิดของเลือดเหล่านี้ต่ำกว่าเกณฑ์จะค่อนข้างแน่ใจว่าโลหิตจาง และถ้าวัดความดันโลหิต ว่าต่ำกว่าเกณฑ์ก็ต้องให้เลือดเป็นการด่วน แต่การปฏิบัติเช่นนี้เป็นหน้าที่ของแพทย์นะครับ คุณทำเองไม่ได้ เมื่อแก้อาการโลหิตจางตามนี้ได้แล้ว ความ ดันโลหิตของคุณน่าจะขึ้นมาได้อยู่ในระดับปกติ

แต่อีกอย่างหนึ่งที่จะต้องเฝ้าดูเป็นพิเศษก็คือ การที่คุณโลหิตจางนั้นเกิดจากการเลือดออกภายในร่างกายหรือไม่ เลือดออกภายในนี้อาจจะเป็นที่แผลในกระเพาะหรือลำไส้ คุณรับประทานอะไรเข้าไปเป็นกรดหรือย่อยไม่หมด ก็จะทำให้แผลภายในเลือดออกไม่หยุด อย่างนี้อันตรายแบบเฉียบพลัน ความดันโลหิตต่ำอย่างแน่นอน

ฉะนั้น อย่าวางใจถ้าความดันโลหิตต่ำจนหมดแรงจะเป็นลม แต่ไม่ พบอาการผิดปกติอย่างอื่น ให้ดูให้แน่ว่ามีเลือดออกภายในร่างกายหรือไม่ รีบส่งโรงพยาบาลด่วนนะครับ

อ้อ โรคเฉพาะหน้าที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำอีกอย่างหนึ่งและไม่ค่อยมีใครสังเกตพบ ก็คือ ผู้ที่เป็นหวัดอย่างแรง หรือไปติดเชื้อหวัดใหญ่มา ความดันโลหิตมักจะต่ำ แต่ก็ไม่มีใครค่อยสังเกต เพราะถ้าใครเป็นหวัดใหญ่ ก็มักจะให้คนไข้นอนพัก ให้ยาแก้ไข้ ให้อาหารบำรุงไม่กี่วันก็จะหาย

แต่ข้อสังเกตนะครับ ถ้ามีโอกาสตรวจความดันโลหิตและปรากฏว่าเป็นความดันต่ำแล้วละก็ รีบให้ยาบำรุงเลือดด้วย ก็จะหายเร็วขึ้นแน่ๆ

ทีนี้ก็มาถึงการแก้ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำโดยทั่วไป

1. แก้ด้วยอาหาร ควรจะให้อาหารที่เพิ่มโปรตีน ให้มากๆ สำหรับท่านที่กินอาหารชีวจิตอยู่แล้ว เราให้กินโปรตีนทั้งจากพืชและจากเนื้อสัตว์ได้

จากพืชก็คือ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วแดง และผลิตผลจากถั่ว เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร เป็นต้น

และเราให้กินปลาหรืออาหารทะเลได้ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง

คุณอาจจะเพิ่มปลาได้เป็นอาทิตย์ละสัก 3 ครั้ง และถั่ว-เต้าหู้ให้เพิ่มขึ้นเป็น 25% แทนที่จะเป็น 15% ตามสูตรหนึ่งของเรา

2. กินวิตามิน B COMPLEX 100 มก. เป็นประจำวันละ 1 เม็ด และให้แถม B1 100 มก.

และ B12 500 ไมโครแกรม อีกอย่างละเม็ด

3. แคลเซียม 1,000 มก. และโปแตสเซียม 500 มก. กินประมาณ 1 เดือน เว้น 1 เดือน

4. วิตามิน E 400 IU. วันละ 1 เม็ด

5. ขอให้ออกกำลังกายเบาๆก่อน ใช้วิธีรำตะบองแบบชีวจิตจะดีที่สุด แรกใช้แต่ละท่า ประมาณ 20 ครั้ง เมื่อรู้สึกดีแล้ว ให้เพิ่มเป็นท่าละ 3 ครั้ง

6. ใช้หัวแม่มือนวดเบาๆ บริเวณกลาง หน้าอกแล้วเลื่อนไปที่บริเวณใกล้รักแร้สองข้าง

จาก.. คอลัมน์ชีวจิต หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ



สรุปว่าไม่ได้มีปัญหาทางจิตสินะ
แต่มีปัญหาทางเลือด

ขี้เกียจไปรพ.แฮะ - -"

ไปให้เภสัชสั่งยาง่ายกว่า
แล้วก็จัดการเรื่องอาหารการกิน

มาดูอีกบทความดีกว่า



- ความดันคืออะไร
ความดันโลหิต คือ แรงดันของเลือดภายในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย มีการกำหนดค่าอยู่สองค่าคือ ค่าSystolic Blood Pressure SBP (เรียกไทยๆว่าความดัน"ตัวบน")
เป็นความดันเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว เป็นช่วงที่แรงดันในเส้นเลือดสูงสุด

ค่า Diastolic Blood Pressure DBP (เรียกไทยๆว่าความดัน"ตัวล่าง") เป็นความดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัว เป็นช่วงที่แรงดันในเส้นเลือดต่ำสุด

นึก ภาพคนโดนตัดคอ เลือดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นฟ้าสูงสุดคือจังหวะของSBP และช่วงที่เลือดไหลปรี่ก่อนที่จะพุ่งขึ้นอีกทีก็คือ DBP ...... นึกภาพไม่ออกใช่ไหมครับ ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้เข้าใจ แต่ผู้อ่านหลายๆท่านคงจะอธิบายได้ (ฝากด้วยแล้วกัน..ขอบคุณล่วงหน้าครับ)

ความ ดัน(โลหิต)สูง ก็คือ ค่าความดันที่ทางการแพทย์ถือว่าสูงเกินไป ซึ่งเมื่อสูงเกินค่าหนึ่งเป็นเวลานานๆก็จะทำให้อายุสั้นลงจากการเป็นโรคหัว ใจโรคไตโรคหลอดเลือดสมอง (ถ้าอยากรู้ที่มา ลองถามหมอที่คุณรู้จักถึง Framingham studyสิครับ) อาจารย์แพทย์บางท่านไม่ใช้คำว่า โรคความดันสูง แต่ใช้คำว่า ภาวะความดันสูงเนื่องจากโดยปกติภาวะความดันสูงมักไม่ก่ออันตรายทันที (ยกเว้นสูงมากๆหรือมีโรคอื่นอยู่ก่อน)

- ความดันต่ำล่ะ
ในทางกลับกัน ความดันที่ต่ำกว่าปกติสามารถก่อผลเสียอย่างทันทีได้มากมาย เนื่องจากอวัยวะสำคัญหลายชนิดต้องการเลือดและความดันเลือดในระดับหนึ่งจึง จะทำหน้าที่ได้ดี เมื่อความดันต่ำลงมาก อวัยวะต่างๆก็จะเริ่มหยุดทำงานที่สำคัญๆได้แก่ ไต ตับ หัวใจ สมอง โดยเฉพาะสมองที่จะก่อให้เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมหมดสติ และในที่สุดอาจจะเสียชีวิตได้ถ้าไม่ได้แก้ไขสาเหตุของความดันต่ำ อาการนี้ทางการแพทย์เรียกว่าShock

สาเหตุที่พบแบ่งตามลักษณะการเกิดและการรักษาได้แก่
Hypovolumic shock ช๊อคความดันต่ำจากการเสียเลือดหรือเสียน้ำจากร่างกายมากๆ พบในอุบัติเหตุ หรือการติดเชื้อบางอย่าง(ท้องร่วง)
Distributive shock เกิดช๊อคความดันต่ำจากการที่เส้นเลือดทั่วร่างกายขยายตัว จนปริมาณเลือดในร่างกายดูเหมือนมีน้อยลง(เมื่อเทียบกับพื้นที่ๆเพิ่มขึ้น) พบในการแพ้อาหารยาแมลง การกระทบกระเทือนทางระบบประสาทอย่างรุนแรง และการติดเชื้อในกระแสโลหิต
Cardiogenic shock ความดันต่ำช๊อคจากการที่หัวใจทำงานแย่ลง พอตัวปั๊มเลือดทำงานแย่ ความดันเลือดก็ลดลง พวกนี้เจอในโรคหัวใจขาดเลือดหรือหัวใจวายทั้งหลาย
สามตัวนี้ ถ้าปล่อยไว้ ตาย... (บางทีรักษาไม่ไหวก็ตาย)
Symptomatic hypotension อื่นๆ ได้แก่โรคหรือภาวะใดๆที่ทำให้ร่างกายเกิดความดันต่ำขึ้นชั่วขณะ มีหลายๆตัว อันตรายบ้างไม่อันตรายบ้าง แต่อาการที่ตรงกันก็คือจะมีอาการหน้ามืด เป็นลม เหงื่อแตก ใจเต้นเร็ว หมดสติหรือเกือบหมดสติ
ดังนั้น ถ้ามีความดันต่ำเกิดขึ้นจริง อย่างน้อยๆก็ควรจะหน้ามืด หัวใจเต้นเร็ว หรือหมดสติครับ

-ความดันต่ำแบบไทยๆ
จากที่ได้บอกมาแล้วว่าอาการความดันต่ำทางการแพทย์เป็นอย่างไร คราวนี้มาดูความดันต่ำแบบไทยๆบ้าง
ความดันต่ำทางการแพทย์ เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองน้อย ก็จะมีอาการเริ่มที่วิงเวียน ตาลาย หน้ามืด เป็นลม ใจเต้นเร็ว
มอง แบบไทยๆ อาการวิงเวียน ตาลาย หน้ามืด ก็แปลว่าเป็นความดันต่ำ(ชัวร์) ... ตรรกเดียวกับ เสือมีสี่ขา สัตว์สี่ขาก็คือเสือ แม้ว่าจะร้องเมี้ยวๆกินปลาทูหูชี้วิ่งหนีหมาก็ตามที
ถ้าหากจะเอาให้ครบ ถ้วน กินไม่ได้นอนไม่หลับกระสับกระส่ายตาลายคล้ายจะเป็นลมขมในปากอยากอาเจียน เวียนหัวปวดกล้ามเนื้อ ฯลฯ ล้วนเป็นความดันต่ำได้ทั้งนั้นถ้าคนตรวจชวนเชื่อได้ดีพอ

-ที่มาและเส้นทางสู่การเป็นความดันต่ำ
มี คนไทยจำนวนไม่น้อยที่คิดหรือถูกบอกกล่าวว่าตนเองเป็นความดันต่ำ บางคนมารักษาที่รพ.หลังจากรักษากับหมอตามบ้านมาหลายปีซึ่งเมื่อเอายามาดูก็ ดูไม่ออกว่าเป็นยาอะไร บางคนตรวจแล้วก็ไม่พบว่าผิดปกติอะไร บางคนตรวจแล้วก็หาโรคเจอว่าเป็นโรคอื่นที่รักษาแล้วอาการดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุที่ทำให้เกิดการวินิจฉัยว่าเป็นความดันต่ำมีได้หลาย สาเหตุ
1. วัดความดันผิด ไม่ว่าเครื่องมือ ฝีมือ หรือวิธีการวัดความดัน ถ้าผิดจากปกติก็สามารถได้ค่าความดันผิดปกติได้
2. ความดันต่ำจริง พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ (งี้ชั้นก็แก่แล้วดิ - -") เนื่องจากร่างกายไม่ใหญ่โต ไม่ต้องการแรงดันเลือดมาก ความดันเลือดก็เลยต่ำ... แต่ต่ำโดยที่ไม่มีอาการอะไร เดินไปเดินมาใช้ชีวิตได้ปกติ ดังนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรักษาอะไร
3. เป็นโรคที่มีอาการเวียนหัวใจสั่นหน้ามืดใจไม่ดี หรืออาการอื่นๆ พี่แกเล่นบอกว่าเป็นความดันต่ำหมดทุกคน

การ รักษาของคนกลุ่มนี้ มักจะให้ยากินพวกยาวิตามินยานอนหลับยาสเตียรอยด์ หรือบางคนก็ให้ยาแก้หอบยาแก้หวัด(ซึ่งผลข้างเคียงคือความดันขึ้น) ยาฉีดก็มักจะมียานอนหลับวิตามินน้ำเกลือน้ำเปล่าหรือแม้กระทั่งการบูร (ตัวนี้ไม่คิดว่าจะได้เห็นแล้ว แต่ก็ยังเห็นญาติคนไข้ถือมาให้ดู)

ในคน ที่ร่างกายไม่ได้ผิดปกติ พอได้ยาเหล่านี้ไปกลับบ้านไปพักผ่อนนอนหลับก็ดีขึ้น ส่วนคนที่อาการดังกล่าวเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ พอเจอยาบางอย่างเข้าไปก็ยิ่งซ้ำเติมให้อาการหนักไปอีก

ดังนั้นข้อดี ของการรักษาแบบนี้คือหลายคนสบายใจ เพราะไปแล้วเจอโรคเจอการรักษา แต่ข้อเสียคือเสียเงินเสียทอง ถ้าโชคร้ายหนักๆอาจจะเสียชีวิต


-ถ้าโดนบอกว่าเป็นความดันต่ำ จะทำอย่างไร
เนื่อง จากผมเป็นแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนั้นก็อยากจะบอกว่าถ้าโดนทักแบบนี้ ก็ควรมาตรวจที่รพ. โดยบอกถึงสาเหตุที่ทำให้รู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ... ทำไมต้องไปหาหมอคนนั้น(ไม่ค่อยอยากจะเรียกว่าหมอเท่าไหร่นัก) และมีอาการอะไร

ที่ต้องทำอย่างนี้ เพราะว่าอาการเวียนหัวใจสั่นหน้ามืด ซึ่งเป็นอาการที่มักถูกเหมาว่าเป็นความดันต่ำนี้ ต้องไปแยกจากกลุ่มโรค หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจขาดเลือด กลุ่มโรคเส้นเลือดสมอง ความดันสูง โลหิตจาง ฯลฯ ซึ่งหากมัวแต่ไปกินยาความดันต่ำของหมอชาวบ้าน ก็จะทำให้เสียโอกาสในการรักษาและมีผลเสียตามมาอย่างมากมาย
ถ้าเป็นโรคอื่นๆทั่วไป ที่สามารถรักษาได้ ก็จะได้รักษาได้
หรือถ้าหมอหาไม่เจอ ก็จะได้สบายใจหรือหาการรักษาอื่นๆต่อไป

-หมอตรวจไม่เจออะไรเลย จะเป็นโรคนี้หรือเปล่า
ก็ ต้องบอกไว้ว่าใช่ว่าทุกคนที่มาตรวจที่รพ.ด้วย"โรคความดันต่ำ"จะเจอว่าเป็น โรค บางคนอาจจะเจอ ในขณะที่บางคนอาจจะตรวจไม่เจออะไรเลยไม่ว่าจะตรวจร่างกายหรือเจาะเลือดx- rayไปแล้ว

มีอยู่คนนึง (ซึ่งตั้งแต่ทำงานเป็นหมอมาก็มีคนนี้นี่แหละคนเดียวที่ถาม) ถามผมว่าจะเป็นโรคCFSหรือเปล่า ซึ่งรายนี้ง่ายที่จะบอกว่าไม่ใช่ เพราะตรวจเจอโรคจริงๆหลายโรค
เจ้าโรคCFSที่ว่ามีชื่อเต็มว่าChronic fatigue syndrome ในระบบการแพทย์ไทยสมัยก่อนไม่เคยมีสอน จนกระทั่งผมเรียนจบก็ยังไม่มีสอน ได้แต่อ่านเจอเอาในหนังสือหรืออินเตอร์เนท โดยสาระสำคัญคือมีน้ำตาลในเลือดต่ำและมีอาการอ่อนเพลียเบื่อหน่ายใจสั่นโดย ที่ตรวจไม่พบความผิดปกติอื่นๆ ฯลฯ

ขอเน้นว่าโรคนี้ไม่ควรที่จะไปตรวจเจอความผิดปกติอื่นที่อธิบายอาการผิดปกติได้
ดัง นั้นหากบังเอิญไปอ่านเจอมาว่าอาการที่คุณเป็น ไปเหมือนกับโรคCFSหรือโรคอื่นใดก็ตาม คุณก็ยังควรมาตรวจอยู่ดีว่าตกลงเป็นโรคนี้หรือเป็นโรคอื่น

เพราะอย่าง ไรเสียก็ตาม เจ้าโรค CFS นี้ การรักษาหรือลดอาการให้ดีขึ้นก็คือการ ลดอาหารพวกเนื้อสัตว์และแป้งขาวข้าวขาวทั้งหลาย เปลี่ยนไปกินปลาและข้าวกล้องธัญพืช ผักผลไม้ รวมทั้งการแบ่งเวลาออกกำลังและผ่อนคลายจิตใจ
ไม่ต้องใช้ยาครับ และพ่วงท้ายสามารถป้องกันโรคเบาหวานความดันไขมันหัวใจได้อีกด้วย

จาก... หมอแมว


โดยสรุปก็คือ เราอาจเป็นความดันต่ำจิง รึอาจเป็นอาการของ CFS
แต่โดยส่วนตัวคิดว่าเป็น CFS เพราะติดของหวาน
แหม๋ กินแล้วชุ่มชื้นหัวใจ~*
และชอบกินข้าว (ก็น้ำตาลมันเยอะนี่นา)
และเวียนหัวบ่อย (นั่งอยู่นี่ก็ยังเป็น)

แต่ผลที่ตรวจกะสา'สุข ในรร.
ก็คือ ความดันต่ำ แต่อัตราก็เต้นของหัวใจสูง
ทั้งๆที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย
(แจงไว้ก่อนว่า มีแต่พวกนักกีฬาเท่านั้น
จึงจะมีการเต้นของหัวใจสูง)

หลักๆก็คือ ควรเปลี่