C.S. : NICK Frist Impression

posted on 05 May 2008 18:09 by sesai  in CubicSchool

หลังจากที่ดองการบ้านไว้นานเกินไป จนผ.อ.สั่งการบ้านที่ 7 แล้วค่อยมานั่งปั่น
หลังจากที่ไปอ่าน Frist Impression ของคนอื่นอย่างสนุกสนาน
กลับมานั่งทำการบ้านของตัวเองซะที
พยายามวาดรูปประกอบอ่ะนะ
ไหนๆก็ไม่ว่างทำการ์ตูน - -"

นิคหายไปนานจนเพื่อนๆเขาถามหา
แฮ่ๆ สาเหตุคือคุณแม่หนูนิคอู้งาน ไม่ยอมมาส่งการบ้านซักทีน่ะสิคะ!

/*/
ดีจ้า (นึกถึงคำทักทายแบบอาราเล่)
วันนี้ไปโรงเรียนวันแรกตื่นเต้นๆชะมัก
เพื่อนๆในห้อง 4/1 เยอะแยะมากมาย
จนแทบจำไม่ได้

บางทีก็มีคนแปลกๆ แต่ไม่เป็นไร
เพราะบางทีฉันอาจแปลกในสายตาพวกเขา?

เริ่มจากแมน พอฉันเปิดประตูห้องเรียนเข้าไปฉันก็เจอเขานั่งอยู่หน้าประตู
ท่าทางหล่อเหลาเอาการ แต่ไม่มีแว่น + ขี้เก็ก ทำท่าทางราวกับตัวเองหล่อซะเต็มประดา
(อันที่จริงก็หล่อ แต่ฉันไม่อยากยอมรับน่ะ)
คนในห้องหลายคนบอกว่าเห็นเขาคุยโทรศัพท์ได้หวานอ้วกเมื่อเช้า

พอมองไปข้างหลังแมนก็เจอระสาวสวยผมยาว เธอยิ้มให้ด้วย น่ารักจริงๆ
อ๋าาาา!!! ฉันเห็นเธอมีถุงขนมมาชเมลโล แล้วนึกได้ว่าฉันลืมเอาขนมมากินเอง
เรื่องมันเศร้าจริงๆ

หลังจากที่ได้ที่นั่งแล้ว ที่ข้างๆฉันมีพลอยกับไอริน
ไอรินเป็นสาวทีมีจุกผมกลมๆอยู่บนหัว ฉันไม่รู้ว่าเธอทำทรงนี้ได้ยังไง แต่มันน่ารักดี
และพลอยเหมือนได้พี่สาว ดูอบอุ่น +น่ารัก ทั้งสองช่างยิ้มพอกัน^^
นี่ฉันคงต้องหาคำอื่นมาแทนคำว่า"น่ารัก"แล้วล่ะ
เพราะรู้สึกผู้หญิงห้องเราหน้าตาเข้าขั้นน่ารักเยอะเว่อร์

ด้านหลังไอรินก็มีภูหนุ่มแว่นที่เซอร์ดี ฉันแอบเห็นเขาเจาะหูด้านซ้ายตั้งสองข้างแน่ะ!
อยากถามจังว่าตอนเจาะหูเจ็บรึเปล่า..?

ถัดจากภูก็เป็นพราว เป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกกับเธอ
ง่ายๆ เหมือนเธอมีโลกส่วนตัวที่ฉันเข้าถึงไม่ได้ สวย สูง(ในด้านความรู้สึกอ่ะนะ)
รู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกล

และ...
รู้สึกห้องเราจะกองกันอยู่หลังห้องเยอะจังแฮะ
กลัวฝอยอาจารย์รึไงหนอ..

ทางขวามือพราวก็เป็นกลุ่มพวกผู้ชายมี
ไทย..ชื่อกับหน้าตาไม่ไปด้วยกันเลย เพราะไทยตาชั้นเดียว
เอาน่ะ! ชื่อก็ใช่ว่าจะระบุทุกอย่างนี่นา อย่างฉันชื่อนิค ชื่อเหมือนเด็กผู้ชายที่แมนๆหน่อย
ฉันยังตัวเล็กเลย แถมเป็นผู้หญิงอีก
แถม... นายคนนี้กล้าว่าฉันเด็ก ชิๆๆ งอนๆ
(แม่ : ไม่ยอมรับความจริงนี่หว่าลูกฉัน.. - -")

แต่ฉันก็ไม่อคตินะเออ
ถัดจากไทยก็เป็นสาน..หนุ่มแว่นที่ฉันเจอคนที่สองในห้อง ดูท่าทางชอบอยู่กับหนังสือดี คุยกันได้ๆ
อ๋า! สงสัยจะเจ็บ เมื่อกี้เขาเดินเตะขาโต๊ะน่ะ ซุ่มซ่ามจัง
ถัดไปอีกก็เป็นต้นน้ำ เป็นผู้ชายที่หน้าตาสวยจนฉันอดอิจฉาไม่ได้
แต่สูงใกล้เคียงกะฉัน (แอบตีให้ว่าใกล้เคียง)
ถึงหน้าตาสวยแต่ดูท่าทางแล้วคงไม่วาย ..มั๊ง?
สุดท้ายของแถวนั้น นายลัคบุคคลที่ชอบเคาะโต๊ะเป็นพิเศษ
ถึงจะหนวกหูแต่เป็นความชอบส่วนบุคคลนี่นา ทำไงได้ล่ะ
ฉันก็จะพยายามทำใจให้ชอบนะ

ติดผนังสุดตั้งโอ๋ ฉันดีใจมากที่เจอเธอ เพราะเธอตัวเล็กกว่าฉันอีกแน่ะ เย้~
อย่างน้อยฉันคิดว่าเราคงไปกันได้ ฮ่าๆ

/*/

ส่งไปครึ่งห้องก่อน เพราะแม่หนูนิคเหนื่อยแย้ว
ไล่ตามที่นั่งในห้องอ่ะนะ
แต่ช่วงนี้จะปั่นๆการบ้านจริงจังล่ะ

ศาสนาพุทธสอนอะไร...

posted on 14 Apr 2008 23:29 by sesai  in truth
 วันที่ 15 เมษายน 2551

ถึงเธอผู้น่ารัก

จู่ๆฉันก็คิดถึงเธอขึ้นมา
หลังจากที่เที่ยวเล่นมาหลายวัน ทั้งทางโลกและทางธรรม
วันนี้ฉันมีเรื่องมาเล่าให้เธอฟังอีกเช่นเคย
คิดว่าเพื่อนคนนี้คงไม่เบื่อ และตั้งใจฟังให้ดี

-- 

ฉันชอบมองไปดูศาสนาอื่นๆเขาทำพิธีกัน
ฉันปลื้มในสิ่งเหล่านี้ที่อยู่ในนั้น...
ความพร้อมเพรียง ความศรัทธา เชื่อมั่นและวางใจในพระเจ้าของตนพระองค์เดียว
...ช่างน่าอิจฉา

ย้อนกลับมองมาพุทธศาสนาของเราเอง
แม้แต่ความศรัทธาในพระพุทธองค์ยังเบาบาง

เด็กตัวเล็กเรียนวิชาศาสนา ท่องจำมรรค8 อริยสัจ4
และอีกมากมายโดยไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง
รู้เพียงแต่ว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสอบผ่าน...

แล้วเขาจะจำไปทำไมเล่า?
เมื่อสอบแล้วก็เลยผ่านไป
เขาเรียน เขาท่องจำพวกนี้แล้วเขารู้ไหมว่าพระพุทธเจ้า สอน อะ ไร?

--

เอียงหูมานี่สิ แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง
เธอจ๋า เธอรู้สึกถึงสิ่งนั้นไหม?
อากาศที่ร้อนอบอ้าว แสงแดดที่ส่องแสงแรงกล้าอย่างไม่ปราณี
เพียงเธอรอคอยไม่กี่ฤดู
เหมันต์ฤดูก็เข้ามาแทนที่
นี่แหละคือสิ่งที่พระพุทธองค์สอน...
ความไม่เที่ยงแท้

หากเพียงเธอลองใส่ใจสักนิด มองรอบข้างสักหน่อย
เธอจะพบ"ความไม่เที่ยงแท้"ทุกแห่งหน
คิดดูสิ!
แม้แต่สับปะรดที่ฉันทิ้งไว้นอกตู้เย็นไม่กี่ชั่วโมงยามกลับเน่าเสียฉิบ
น่าเสียดายจริงๆ
ฉันยังไม่ได้ชิมสักคำเลย

แต่ก็น่าขอบคุณมัน ที่ทำให้ฉันนึกเรื่องที่ต้องทำได้
หลังจากเผลอออกนอกทางไปหลายวัน
ทำเอาฉันรู้สึกผิดตะหงิดๆเชียวล่ะ

รู้สึกผิดเรื่องอะไรน่ะหรือ?
ฉันรู้สึกผิดที่ลืมสติไว้ข้างหลังซะได้
สงสัยจะลืมไว้ที่ขอนแก่น

พอกลับบ้านมาเจอคอมพิวเตอร์ปุ๊ป
เข้าอินเตอร์เน็ตปั๊ป สติหลุดทีเดียว
จากที่แทบไม่มี กลายเป็นไม่มีเลย

ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนใช้อินเตอร์เน็ตแบบเดียวกับฉันรึเปล่า
คือเข้าไปเรื่อยๆ นึกออกก็เข้าเว็บโน้น ต่อลิ้งค์เว็บนี้
ไม่รู้จักจบจักสิ้น แถมยังไร้จุดหมายสิ้นดี
แต่ก็ดีแล้วที่รู้อย่างนี้ คราวหน้าจะได้จัดการให้เป็นระบบซะที

ฉันคงจบจดหมายอันยืดยาวเท่านี้
ช่วงนี้เทศกาลสงกรานต์
เธอโปรดอย่าลืมว่ายังมีอะไรดีๆในเทศกาลนี้อีกเยอะ
ถึงจะเหลือเพียงเล็กน้อยก็เถอะ

ส่วนตัวฉันก็กลับไปเอาสติที่ขอนแก่น
ชีวิตที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตก็เป็นสุขอีกแบบ
สุขที่ไม่ได้เสพสื่ออะไร

อ้อ! อากาศร้อนๆแบบนี้ลองสังเกตสิ่งที่ไม่เที่ยงดูสิ
คิดว่าเธอคงจะเห็นอะไรๆเยอะทีเดียว

กัลยาณมิตรของเธอ
ฉันไง
 
/*/

เป็นครั้งแรกที่เขียนเอนทรี่เป็นจดหมาย ฟู้ว...
ตอนแรกว่าจะร่ายยาวๆมาเลย
เอาไปเอามาสงสารคนอ่าน
ขนาดคนเขียนเอง เห็นตัวอักษรเยอะๆยังเอียนเลย
 
บางคนรู้คำตอบมากกว่านั้นก็ช่างเถอะ
เราถือว่าบอกกับคนที่เขายังไม่รู้ละกันเนอะ

เราก็เขียนเท่าที่เรารู้
อยากให้รู้ไปพร้อมกันนี่แหละ ถือเป็นการทบทวนตัวเอง
 
บอกลายาวไปพักหนึ่งล่ะกัน
กลับไปเรียนพิเศษต่อ เพื่ออนาคตที่รุ่งโรจน์  โอ๊วว (ไฟลุก)
(ยังคิดไม่ออกเลย มันจะรุ่งโรจน์ยังไง )